ฟุตบอลไทยแลนด์ลีก ( 33 )

ยิงประตูเยอะที่สุดต่อฤดูกาล : 38 ประตู — ดราแกน บอสโควิช (แบงค็อก ยูไนเต็ด, ไทยลีก 2560)

แอสซิสต์เยอะที่สุดต่อฤดูกาล : 19 แอสซิสต์ — ธีราทร บุญมาทัน (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, ไทยพรีเมียร์ลีก 2558)

ได้แชมป์ไทยลีกเยอะที่สุด : 7 ครั้ง — จักรพันธ์ แก้วพรม

เล่นไทยลีกมากที่สุด : 19 ฤดูกาล — อำนาจ แก้วเขียว (2540-2557)

ฟุตบอลไทยแลนด์ลีก ( 32 )

ยิงประตูได้ติดต่อกันเยอะที่สุด: 10 เกม — ดิโอโก หลุยส์ ซานโต (บุรีรัมย์ ยูไนเต๋ด) (24 กันยายน 2560 — 2 มีนาคม 2561, ไทยลีก 2560, ไทยลีก 2561)

ไม่เสียประตูติดต่อกันเยอะที่สุด : 6 เกม —

ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, ไทยพรีเมียร์ลีก 2557)

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ( เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด, ไทยลีก 2559)

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ( เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด, ไทยลีก 2560)

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นอตทิงแฮมฟอเรสต์ ( 3 )

พวกเขาได้เลื่อนชั้นไปเล่นใน พรีเมียร์ชิพ(พรีเมียร์ลีกในปัจจุบัน) ในปี 1957 และชนะเอฟเอคัพเป็นครั้งที่สองในปี 1959, แม้สูญเสีย รอย ดไวทย์ ลุงของ เอลตัน จอห์น และ เป็นทีมแรกที่เอาชนะ ‘hoodoo’ ที่ Wembley โดยครั้งนี้ได้กลายเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในนอตทิงแฮม แต่หลังจากที่ยิ่งใหญ่สุด ๆ ได้เข้ารอบรองชนะเลิศในปี 1967 ฟอเรสต์ก็ตกชั้นจากพรีเมียร์ชิพในปี 1972

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นอตทิงแฮมฟอเรสต์ ( 2 )

ประวัติ

ฟอเรสต์ได้ก่อตั้งใน 1865 โดยกลุ่ม shinty (เป็นสโมสรที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่อยู่มาถึงปัจจุบัน) ใน 1862 พวกเขาเข้าร่วมใน Football Alliance ใน 1888 และได้ชนะในการแข่งขันในปี 1892. พวกเขาได้รับอนุญาตให้เข้ากับฟุตบอลลีกและฟอเรสต์ชนะ เอฟเอคัพในปี 1898 ฟอเรสต์ อ้างเกียรติยศของพวกเขาขณะที่พวกเขาชนะเอฟเอคัฟ 1898 ชนะ ดาร์บีเคาน์ตี 3-1 ที่สนามของคริสตัลพาเลซ อย่างไรก็ตาม สโมสรได้ใช้ตกชั้นไปเล่นในลีกสอง (แชมป์เปียนชิพในปัจจุบัน) ในปี 1949 และสโมสรก็ได้ตกชั้นไปเล่นใน ลีกสาม (ลีกวันในปัจจุบัน), ได้เลื่อนชั้นขึ้นมาในอีกสองปี หลังจากนั้นก็ได้แชมป์ “แชมป์เปียนชิพ”

 

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นิวคาสเซิลยูไนเต็ด ( 7 )

ทีมของฮาร์วีย์สามารถทำอันดับผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลถ้วยยุโรปครั้งแรกในปี ค.ศ. 1968 ก่อนจะคว้าแชมป์ถ้วยอินเตอร์-ซิตีส์ แฟร์ส คัพ (หรือถ้วยยูฟ่าคัพในปัจจุบัน) ไปครองอย่างเหนือความคาดหมายในปีถัดมา โดยสามารถเอาชนะทีมใหญ่ในยุโรปของยุคนั้นไปได้หลายราย ไม่ว่าจะเป็นสปอร์ติงลิสบอนจากโปรตุเกส, ไฟเยอโนร์ดจากเนเธอร์แลนด์ และเรอัลซาราโกซาจากสเปน และปิดท้ายด้วยการคว่ำทีมอุจเพสท์จากฮังการีในรอบชิงชนะเลิศ

 

นับตั้งแต่ก่อตั้งทีมมา นิวคาสเซิลมักจะมอบเสื้อหมายเลข 9 ให้แก่ผู้เล่นกองหน้าชื่อดังประจำทีม โดยประเพณีนี้ยังคงตกทอดต่อมาจนถึงปัจจุบัน สำหรับในช่วงเวลานั้น ผู้เล่นที่ได้ใส่เสื้อหมายเลข 9 มีหลายคนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น วิน เดวีส์, ไบรอัน ร็อบสัน, บ็อบบี มอนเคอร์ หรือแฟรงค์ คลาร์ก

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ( 23 )

ในพรีเมียร์ลีกนัดถัดมา แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้ชัยชนะนัดแรก เมื่อเป็นฝ่ายชนะคริสตัลพาเลซ ที่สนามโอลด์แทรฟฟอร์ดของตัวเอง 2-0 แต่ทว่าในนัดต่อมาเมื่อเจอกับเลสเตอร์ซิตี ที่เป็นทีมที่เลื่อนชั้นขึ้นมาจากเดอะแชมเปียนชิป ที่สนาม คิงพาวเวอร์สเตเดียม ถึงแม้จะเป็นฝ่ายขึ้นนำไปก่อน 3-1 แต่ทว่าในครึ่งหลังกลับถูกเลสเตอร์ซิตีแซงจนชนะไป 5-3 ซ้ำไทเลอร์ แบล็คเก็ตต์ กองหลังของทีมก็ถูกใบแดงไล่ออกในนาทีที่ 83 อีกด้วย ทำให้เมื่อผ่านไป 5 นัด อันดับของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดอยู่ที่อันดับที่ 12 มีเพียง 5 คะแนนเท่านั้น[16] ซึ่งเมื่อเทียบสถิติกับเดวิด มอยส์ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว พบว่าฟัน คาล มีสถิติแย่กว่ามอยส์เสียอีก เพราะ 5 นัดแรกในฤดูกาลนี้แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดยังไม่พบกับทีมใหญ่เลย ผิดกับฤดูกาลที่แล้วที่พบกับทีมใหญ่ถึง 3 ทีม คือ เชลซี, ลิเวอร์พูล และแมนเชสเตอร์ซิตี ใน 5 นัดแรก และมีรายงานว่าผู้เล่นบางคนถึงกับกล่าววาจาหยาบคายออกมาในห้องพักหลังจากแข่งขัน ซึ่งแสดงออกถึงความไม่พอใจในตัวฟัน คาล

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ลิเวอร์พูล ( 12 )

ในฤดูกาล 2009-10 ลิเวอร์พูลจบที่อันดับที่ 7 ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งทำให้ไม่ได้ไปแข่งขันในรายการ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ทำให้ ราฟาเอล เบนิเตซ ต้องลาออกจากตำแหน่งด้วยความยินยอมของทั้งสองฝ่าย[3] และแทนที่โดย รอย ฮอดจ์สัน อดีตผู้จัดการทีม สโมสรฟูแลม ในช่วงเริ่มต้นฤดูกาล 2010–11 สโมสรลิเวอร์พูลนั้นเสี่ยงต่อการล้มละลาย เนื่องจากแบกรับหนี้สินเป็นจำนวนมากจากการทำงานของ จอร์จ ยิลเลตต์ และ ทอม ฮิกส์ ทำให้ต้องขายสโมสร ต่อมา จอห์น ดับเบิลยู เฮนรี เจ้าของทีม บอสตัน เรด ซ็อกซ์และนิว อิงแลนด์ สปอร์ตส์ เวนเจอร์ส ได้ซื้อสโมสรลิเวอร์พูล เมื่อตุลาคม 2010

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ลิเวอร์พูล ( 11 )

ผู้เล่นที่สำคัญในยุคนั้น อาทิ สตีเวน เจอร์ราร์ด, ชาบี อาลอนโซ, ดีทมา ฮามันน์, วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์, เจอร์ซี ดูเด็ค และ เจมี คาร์ราเกอร์ คุมทัพโดย ผู้จัดการทีมสัญชาติสเปน ราฟาเอล เบนิเตซ ในฤดูกาลต่อมา พ.ศ. 2549 (ฤดูกาล 2005/06) ลิเวอร์พูลของเบนิเตซทำให้แฟนบอลต้องลุ้นอีกครั้ง ในนัดชิงเอฟเอคัพ เมื่อต้องอาศัยลูกยิงมหัศจรรย์ของ สตีเวน เจอร์ราร์ด ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บตีเสมอทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด คู่ชิงแชมป์ในปีนั้นทำให้เสมอกันที่ 3-3 ต้องตัดสินแชมป์ด้วยการยิงจุดโทษอีกครั้ง และลิเวอร์พูลก็สามารถชนะไปได้ 3-1 เป็นแชมป์สำคัญรายการล่าสุดที่ลิเวอร์พูลทำได้ แต่รายการที่แฟนบอลต้องการมากที่สุดคือแชมป์ลีกของประเทศ หรือพรีเมียร์ลีกในปัจจุบัน ซึ่งปีล่าสุดที่ลิเวอร์พูลคว้ามาได้คือ พ.ศ. 2533 (ฤดูกาล 1989/90) จากการคุมทีมของ เคนนี ดัลกลิช ซึ่งต่อมาภายหลังดัลกลิชสามารถนำ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ได้ในปี พ.ศ. 2538 (ฤดูกาล 1994/95)

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ อาร์เซนอล ( 3 )

และในยุคหลังสงครามชนะในลีกและเอฟเอคัพทั้งสองถ้วยในฤดูกาล 1970–71 และในคริสต์ทศวรรษ 1990 และคริสต์ทศวรรษแรกของศตวรรษที่ 21 ครองสองถ้วยในฤดูกาลเดียว 2 ครั้ง และสามารถเข้าสู่รอบตัดสินในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในปี ค.ศ. 2006 อาร์เซนอลมีทีมคู่ปรับร่วมเมืองในนอร์ทลอนดอน คือทอตนัมฮอตสเปอร์ ที่เรียกการแข่งขันว่า นอร์ทลอนดอนดาร์บี อาร์เซนอลเป็นสโมสรฟุตบอลที่มีมูลค่ามากเป็นอันดับ 4 ของโลก ในปี ค.ศ. 2012 โดยมีมูลค่า 1.3 พันล้านเหรียญดอลลาร์

สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ อาร์เซนอล ( 2 )

อาร์เซนอลก่อตั้งในปี ค.ศ. 1886 ที่วูลิช โดยกลุ่มคน 15 คน ช่วยกันบริจาคเงินคนละ 6 เพนซ์ เป็นค่าตั้งสโมสร ที่รอยัลโอ๊คผับ (ซึ่งความหมายนี้ได้ปรากฏอยู่ในสัญลักษณ์สโมสรในวาระครบรอบ 125 ปีของการก่อตั้ง และในปี ค.ศ. 1893 เป็นสโมสรแรกจากลอนดอนใต้ที่ร่วมในฟุตบอลลีก ต่อมาในปี ค.ศ. 1913 สโมสรได้ย้ายมายังลอนดอนเหนือ ย้ายสนามมายังอาร์เซนอลสเตเดียมในไฮบรี ในคริสต์ทศวรรษ 1930 สโมสรครองแชมป์ลีกแชมเปียนชิป 5 สมัยและเอฟเอคัพ 2 สมัย